logo
ร้านอุดมมงคล พระเครื่อง

พระกริ่งนิรันตราย ปี 2538 เนื้อนวะ ที่สุดแห่งการสะสมพระกริ่งนิรันตราย พร้อมกล่อง


฿2000.00
กริ่งนิรันตราย ปี 2538 วัดบวรนิเวศ เนื้อนวโลหะเต็มสูตร อุดผงจิตรดา สวยงามมากที่สุด ๆ เป็นนิรันตราย ที่ออกแบบได้สวยที่สุด ควรค่าแก่การสะสมควร ๆ อุดเส้นพระเกษา และมวลสารจิตรลดา
เหลือ 0 ชิ้น
ซื้อเลย
หยิบลงตะกร้า
  • หมวดหมู่ : พระกริ่งนิรันตราย วัดบวรนิเวศวิหาร ปี 2538
  • รหัสสินค้า : 002175

รายละเอียดสินค้า พระกริ่งนิรันตราย ปี 2538 เนื้อนวะ ที่สุดแห่งการสะสมพระกริ่งนิรันตราย พร้อมกล่อง

  พระกริ่งนิรันตราย ปี พ.ศ. 2538 วัดบวรนิเวศวิหาร เนื้อนวโลหะเต็มสูตร ( พิมพ์นิยม ) ที่ฐานองค์องค์พระอุดด้วยผงจิตรดาและเส้นเกศาของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ฯ องค์นี้ พร้อมเลี่ยมกันน้ำพร้อมบูชาขึ้นคอได้เลย 

  สำหรับองค์นี้นั้น สภาพสวยสุดยอด สภาพผิวขององค์พระยังมีสภาพเดิม ๆ เนื่องจากไม่โดนอากาศ และการสัมผัสด้วยมือมาก...ผิวจึงยังคงสภาพเดิมๆ หายากมากก....

  ที่สุดแห่งการสะสมพระนิรันตรายของวัดบวรนิเวศวิหาร

ที่สวยที่สุด ต้องรุ่นนี้เท่านั้น ..

 













 

  จัดสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสมหามงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ ครบ 50 ปี สมเด็จพระเทพรัตนสุดา ฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าเสด็จเททองประกอบพิธีเททองหล่อด้วยพระองค์ มหาพุทธาภิเษก ณ อุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร ฯ เมื่อเดือน พฤศจิกายน 2538 สมเด็จพระญานสังวร สมเด็จพระสังฆราช ฯ ทรงเป็นประทานฝ่ายสงฆ์ อุดผงจิตรดาและเส้นเกศาสมเด็จพระสังฆราช จัดสร้างทั้งหมด 4 เนื้อ 1.เนื้อทองคำ 2.เนื้อเงิน 3.เนื้อนวโลหะเต็มสูตร 4.เนื้อสัมฤธิ์ วัตถุประสงค์ 1.สร้างพระบรมธาตุเจดีย์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองราชย์ ครบ 50 ปี 2.สร้างพระบรมรูป ร.5 3 สร้างพลับพลาทรงไทยจตุรมูขเป็นที่ประดิษฐาน พระบรมรูป ร.5 ณ วัดเวฬุวัน จ. หนองคาย ขณะนี้กำลังเป็นที่ต้องการของนักสะสมอย่างมาก องค์พระสูง 3.3 ซม ฐานกว้าง 2.3 ซ.ม รันตราย ปี 38 วัดบวร ฯ เนื้อนวโลหะเต็มสูตร( พิมพ์นิยม ) เลขต้น ๆ อุดผงจิตรดาและเส้นเกศาสมเด็จพระสังฆราช ฯ สภาพสว ย สร้างน้อย หายาก

 

ประวัติพระนิรันตราย

  พระนิรันตราย เป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยทองคำ มีการค้นพบเมื่อปี พ.ศ.2399 ตามประวัติกล่าวไว้ว่า กำนันอิน ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่เมืองปราจิณบุรี ท่านฝันว่าจับช้างเผือกได้ หลังจากนั้นไม่นาน ท่านกับบุตรชายชื่อนายยังเดินทางเข้าป่าเพื่อขุดมันนกในบริเวณชายป่า ห่างจากดงศรีมหาโพธิ์ประมาณ 3 เส้น ก็ได้พบพระพุทธรูปหล่อด้วยทองคำเนื้อหก มีน้ำหนักถึง 8 ตำลึง ท่านจึงนำไปมอบให้พระเกรียงไกร กระบวนยุทธ์ ปลัดเมืองฉะเชิงเทรา พระเกรียงไกรจึงได้พากำนันอินและนายยังเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้า อยู่หัว เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายพระพุทธรูปทองคำ พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดฯ ว่า...สองพ่อลูกมีกตัญญูต่อพระพุทธศาสนาและพระเจ้าแผ่นดิน ขุดได้พระทองคำแล้วไม่ทำลาย หรือซื้อขายเป็นประโยชน์ส่วนตัว แล้วยังมีน้ำใจนำมาทูลเกล้าฯ ถวาย….จึงทรงพระกรุณาโปรดฯ พระราชทานเงินตราให้เป็นรางวัล และโปรดให้เจ้าพนักงานอัญเชิญพระพุทธรูปทองคำไปประดิษฐาน ณ หอพระเสถียรธรรมปริตคู่กับพระกริ่งทองคำน้อย

          ในปี พ.ศ.2403 มีคนร้ายลักลอบเข้าหอเสถียรธรรมปริต ลักเอาพระกริ่งทองคำองค์น้อยไป เป็นที่น่าแปลกใจที่กลับไม่เอาพระพุทธรูปทองคำที่ประดิษฐานอยู่คู่กันไปด้วย ทั้งที่องค์พระมีขนาดเขื่องกว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริว่า...พระพุทธรูปซึ่งกำนันอินทูลเกล้าฯ ถวายนั้น เป็นทองคำทั้งแท่งและใหญ่กว่าพระกริ่ง ควรที่คนร้ายจะลักองค์ใหญ่ไปแต่กลับละไว้ เช่นเดียวกับผู้ที่ขุดได้ไม่ทำอันตราย เป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่แคล้วคลาดถึง 2 ครั้ง...พระองค์จึงทรงถวายพระนามว่า "พระนิรันตราย"

          จากนั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริให้เจ้าพนักงานทำการหล่อ พระพุทธรูปนั่ง ปางสมาธิเพชร เนื้อทองคำ ขนาดหน้าตักกว้าง 5 นิ้วครึ่ง เพื่อสวมพระนิรันตรายไว้อีกชั้นหนึ่ง และโปรดฯ ให้หล่อเป็นเนื้อเงินบริสุทธิ์อีกองค์หนึ่งไว้คู่กัน

          เมื่อพระสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติมีพระอารามมากขึ้น ในปี พ.ศ.2411 พระองค์จึงทรงโปรดฯ ให้หล่อพระพุทธรูปพิมพ์เดียวกันเป็นเนื้อทองเหลือง โดยมีเรือนแก้วเป็นพุ่มพระมหาโพธิ์ มีอักขระขอมจำหลักลงในวงกลีบบัว เบื้องหน้า 9 เบื้องหลัง 9 ยอดเรือนแก้วเป็นรูปพระมหามงกุฎ จำนวน 18 องค์เท่ากับจำนวนปีที่เสด็จอยู่ในสิริราชสมบัติ เพื่อจะทรงพระราชทานเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญประจำพระอารามต่างๆ แต่ยังไม่ทันกะไหล่ทอง พระองค์ก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายช่างทำการกะไหล่ทองคำทั้ง 18 องค์ให้แล้วเสร็จ และพระราชทานไปตามวัดคณะธรรมยุติตามพระราชประสงค์ของพระบรมราชชนก หลังจากนั้น พระองค์ทรงสร้างพระราชทานเพิ่มอีกวัดละองค์ในเวลาต่อมา