logo
ร้านอุดมมงคล พระเครื่อง

พระกริ่งวชิรมงกุฏ พิมพ์กลาง ในหลวงเสด็จเททองฯ พ.ศ. ๒๕๑๑ ฉลอง ๑๐๐ ปี วัดมกุฏและ ๗๐ ปี พระสังฆราช (จวน


SOLD OUT
พระกริ่ง วชิรมงกุฏ เนื้อนวะ พิมพ์กลาง ในหลวงเสด็จเททองฯ พ.ศ. ๒๕๑๑ ฉลอง ๑๐๐ ปี วัดมกุฏและ ๗๐ ปี พระสังฆราช (จวน อุฏฺฐายี ) เจ้าอาวาส
เหลือ 0 ชิ้น
ซื้อเลย
หยิบลงตะกร้า
  • หมวดหมู่ : พระกริ่งวชิรมงกุฏ พ.ศ. 2511
  • รหัสสินค้า : 002036

รายละเอียดสินค้า พระกริ่งวชิรมงกุฏ พิมพ์กลาง ในหลวงเสด็จเททองฯ พ.ศ. ๒๕๑๑ ฉลอง ๑๐๐ ปี วัดมกุฏและ ๗๐ ปี พระสังฆราช (จวน

  



สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฐายี) 

พุทธศักราช ๒๕๐๘-๒๕๑๔ 

วัดมกุฏกษัตริยาราม ราชวรวิหาร 
กรุงเทพมหานคร

 

 “ศุภวาระมงคลวโรกาส” ครบ ๑๐๐ ปี ก่อตั้งวัดมกุฏฯ และครบ ๗๐ สมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฐายี) ๒๕๑๑ วัดมกุฏฯ จึงเห็นสมควรจัดสร้างวัตถุมงคลในรูปแบบ “พระพุทธรูป” และ “พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์” สำหรับเป็นที่ระลึกและเพื่อเป็นอนุสรณ์ให้ศิษยานุศิษย์ ตลอดจนผู้เคารพนับถือทั่วไปมีไว้สักการบูชาโดยมีเหตุผลในการจัดสร้างดังนี้ “พระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” ผู้ทรงสถาปนา วัดมกุฏกษัตริยาราม ทรงมีพระปรมาภิไธยเดิมเมื่อ ครั้งยังทรงพระเยาว์ว่า “สมเด็จเจ้าฟ้ามงกุฏ” และพระนามฉายาทางพระพุทธศาสนาเมื่อครั้งเสด็จออกทรงพระผนวช (ก่อนเสด็จขึ้นครองราชย์) ว่า “พระวชิรญาโณภิกขุ” อีกทั้ง สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ พระราชปนัดดาก็มีคำต้นพระนามว่า “วชิรญาณ” อีกด้วยดังนั้นจึงเห็นควรถวายพระนาม “พระพุทธรูป” ที่จัดสร้างขึ้นในครั้งนี้ว่า “พระวชิรมงกุฏ” หรือ “พระพุทธวชิรมงกุฏ” ส่วน “พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์” ถวายพระนามว่า “พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์วชิรมงกุฏ”

  ซึ่งหลังจากรวบรวมโลหะวัตถุและแผ่นโลหะที่ลงอักขระยันต์ได้ตามจำนวนที่ต้อง การแล้ว คณะกรรมการจัดสร้างได้นำมาประกอบพิธีพุทธาภิเษก ณ พระวิหารวัดมกุฏกษัตริยาราม ก่อนจากนั้นจึงนำไปประกอบพิธีเททองเฉพาะ “พระพุทธรูป” และ “พระกริ่งวชิรมงกุฏ” ณ มณฑลพิธี หน้าพระวิหารวัดมกุฏกษัตริยาราม ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเททองเป็นปฐมฤกษ์ “พระพุทธวชิรมงกุฏ (พระพุทธรูปบูชา)” และ “พระกริ่งวชิรมงกุฏ” ในวันอังคารที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2510 เวลา 13 นาฬิกา 15 นาที โดยมีพระคณาจารย์ผู้ทรงวิทยาคุณนั่งปรกเจริญภาวนาอธิษฐานจิตเช่น หลวงปู่นาค วัดระฆังฯ, หลวงปู่เฮี้ยง วัดป่า จ.ชลบุรี, หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม จ.นครปฐม, หลวงพ่อเจียง วัดเจริญสุขาราม จ.สมุทรสงคราม, หลวงพ่อฑูรย์ วัดโพธิ์นิมิตร, หลวงพ่อเกลี้ยง วัดเฉลิมอาสน์ จ.ราชบุรี, หลวงพ่ออั้น วัดพระญาติการาม จ.พระนครศรีอยุธยา, หลวงพ่อถิร วัดป่าเลไลยก์ จ.สุพรรณบุรี, พระอาจารย์ทิม วัดช้างให้ จ.ปัตตานี


และ ในปี ในปี พ.ศ. 2511 วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร พระอารามหลวงชั้นเอกมีอายุครบ 100 ปี แห่งการสถาปนา ในวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2511 ประกอบกับ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (จวน) ทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา ในวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2511 ทางคณะกรรมการจัดงานฉลองจึงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต จัดงานฉลองศุภวาระมหามงคลวโรกาสทั้ง 2 วาระเป็นงานเดียวกันระหว่าง วันที่ 15-18 มกราคม พ.ศ. 2511 โดยคณะกรรมการมีมติว่าใน “ศุภวาระมงคลวโรกาส” ดังกล่าวจึงควรจัดสร้างวัตถุมงคลในรูปแบบ “พระพุทธรูป” และ “พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์” สำหรับเป็นที่ระลึกและเพื่อเป็นอนุสรณ์ให้ศิษยานุศิษย์ ตลอดจนผู้เคารพนับถือทั่วไปมีไว้สักการบูชาโดยมีเหตุผลในการจัดสร้างดังนี้ “พระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” ผู้ทรงสถาปนา วัดมกุฏกษัตริยาราม ทรงมีพระปรมาภิไธยเดิมเมื่อ ครั้งยังทรงพระเยาว์ว่า “สมเด็จเจ้าฟ้ามงกุฏ” และพระนามฉายาทางพระพุทธศาสนาเมื่อครั้งเสด็จออกทรงพระผนวช (ก่อนเสด็จขึ้นครองราชย์) ว่า “พระวชิรญาโณภิกขุ” อีกทั้ง สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ พระราชปนัดดาก็มีคำต้นพระนามว่า “วชิรญาณ” อีกด้วยดังนั้นจึงเห็นควรถวายพระนาม “พระพุทธรูป” ที่จัดสร้างขึ้นในครั้งนี้ว่า “พระวชิรมงกุฏ” หรือ “พระพุทธวชิรมงกุฏ” ส่วน “พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์” ถวายพระนามว่า “พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์วชิรมงกุฏ”



พระสงฆ์ ที่ เจริญพระพุทธมนต์และคาถาจุดเทียนชัย วันจันทร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2510

1 พระเทพสังวรวิมล (เจียง)วัดเจริญสุขาราม สมุทรสงคราม

2 พระเทะเจติยาจารย์ วัดเสน่หา นครปฐม

3 พระเทพมงคลปัญญาจารย์ วัดปทุม พระนคร

4 พระราชมงคลมุนี วัดชัยมงคล จังหวัดอ่างทอง

5 พระมงคลเทพมุนี วัดพระเชตุพน จังหวัดพระนคร

6 พระมงคลสุธี วัดนาคกลาง จังหวัดธนบุรี

7 พระมงคลสุนทร วัดชัยมงคล จังหวัดสมุทรปราการ

8 พระสุมงคลมุนี วัดบวรมงคล จังหวัดธนบุรี

9 พระวรพรตปัญญาจารย์ วัดอรัญญิกาวาส จังหวัดชลบุรี

พระอาจารย์นั่งปรก

1 พระเทพสิทธินายก วัดระฆังโฆสิตาราม จังหวัดธนบุรี

2 พระเทพสังวรวิมล วัดเจริญสุขาราม จังหวัดสุมทรสงคราม

3 พระเทพเจติยาจารย์ วัดเสนหา จังหวัดนครปฐม

4 พระวรพรตธรรมาภรณ์ วัดดอนยายหอม จังหวัดนครปฐม

5 พระวรพรตปัญญาจารย์ วัดอรัญญิกาวาส จังหวัดชลบุรี

6 พระโพธิวรคุณ วัดโพธินิมิตร จังหวัดธนบุรี

7 พระโพธารามคณารักษ์ วัดเฉลิมอาสน์ จังหวัดราชบุรี

8 พระครุนนทกิจวิมล วัดตำหนักเหนือ จังหวัดนนทบุรี

9 พระครูศีลกิตติคุณ วัดพระญาติ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

10 พระครูรักขิตวันมุนี วัดป่าเลไลยก์ จังหวัดสุพรรณบุรี

11 พระอาจารย์แก้ว จังหวัดลำปาง

12 พระอาจารย์ทิืม วัดช้างไห้ จังหวัดปัตตานี

13 พระครูวินัยธร วัดตรีรัตนาราม จังหวัดระยอง

14 พระครูฌานวิสุทธิ วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ

15 พระครูพรหมวิหาร วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ

16 พระอาจารย์ถวิล จังหวดจันทบุรี

พระสงฆ์ที่เจริญชัยมงคลคาถา

ในการเสด็จพระราชดำเนินทรงเททองหล่อพระพุทธรูปบูชา

และพระกริ่งวชิรมงกุฎ

ณ วันอังคารที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2510

1 สมเด็จพระวันรัต วัดพระเชตุพนฯ จังหวัดพระนคร

2 สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดราชบพิธฯ จังหวัดพระนคร

3 สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดพระศรีมหาธาตุ จังหวัดพระนคร

4 พระสาสนโสภณ วัดบวรนิเวศวิหาร จังหวัดนคร

5 พระมหาโพธิวงศาจารย์ วัดอนงคาราม จังหวัดธนบุรี

6 พระธรรมปัญญาบดี วัดสามพระยา จังหวัดพระนคร

7 พระพรหมมุนี วัดราชผาติการาม จังหวัดพระนคร

8 พระธรรมวราลังการ วัดโสมนัสวิหาร จังหวัดพระนคร

9 พระธรรมวิสุทธาจารย์ วัดสุทัศนเทพวราราม จังหวัดพระนคร

10 พระํธรรมเสนานี วัดพระเชตุพนฯ จังหวัดพระนคร

พิธีพุทธาภิเษาครั้งที่ 2 อีก 3 คืน

เมื่อการเททองหล่อพระพุทธรูปพระกริ่งวชิรมงกฎ ซึ่งช่างขัดตกแต่งตามกรรมวิธี ต่อไปเสร็จแล้วพร้อมทั้งเหรียญพระรูปฯ จึงนิมนต์พระอาจารย์ต่าง ๆ มาทำพิธีพุทธาิภิเษกในพระวิหารวัดมกฎกษัตริยารามอีก 3 คือ เมื่อวันอังคาร ที่ 9 วันพุธ ที่ 10 และวันพฤหัสบดี ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2511

พระสงฆ์ที่เจริญพระพุทธมนต์และคาถาจุดเทียนชัย

ในพิธีพุทธาภิเษกวชิรมงกฎและพระชัยวัฒน์

พร้อมทั้งเหรียญพระรูปฯ

ณ วันอังคารที่ 9 มกราคม 2511

1 พระธรรมไตรโลกาจารย์ วัดเทพศิรินทราวาส จังหวัดพระนคร

2 พระธรรมกิตติโสภณ วัดเบญจมบพิตร จังหวัดพระนคร

3 พระธรรมวราภรณ์ วัดนรนาถสุนทริการาม จังหวัดพระนคร

4 พระธรรมจินดาภรณ์ วัดราชบพิธฯ จังหวัดพระนคร

5 พระธรรมปาโมกข์ วัดราชประดิษฐ์ฯ จังหวัดพระนคร

6 พระธรรมโสภณ วัดบวรนิเวศวิหาร จังหวัดพระนคร

7 พระราชเมธี วัดเศวตฉัตร จังหวัดธนบุรี

8 พระราชสุเมธาจารย์ วัดบางหลวง จังหวัดปทุมธานี

9 พระครูพัฒนกิจโกศล วัดชัยสิทธาวาส จังหวัดปทุมธานี

พระสงฆ์ที่สวดพุทธาภิเษกและนั่งปรก

วันอังคารที่ 9 มกราคม 2511

เวลา 18.00 น. ถึงเวลา 05.00 น.

พระสงฆ์วัดพระเชตุพนฯ 4 รูป และวัดอรัญญิกาวาส 4 รูป

สวดพุทธาภิเษก

พระอาจารย์นั่งปรก

1 พระราชมุนี วัดปทุมานาราม จังหวัดพระนคร

2 พระวรพรตปัญญาจารย์ วัดอรัญญิกาวาส จังหวัดชลบุรี

3 พระครูพิพิธวิหารการ วัดกษัตราธิวาส จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

4 พระครูโกวิทสมานคุณ วัดจุฬามณี จังหวัดสมุทรสงคราม

5 พระครุููสุตาธิการี วัดใหม่หนองพระอง จังหวัดสมุทรสงคราม

6 พระครูสันทัดธรรมคุณ วัดบ้านช้าง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

7 พระอาจารย์ขอม วัดไผ่โรงวัด จังหวัดสุพรรณบุรี

8 พระอาจารย์กี่ วัดหุช้าง จังหวัดนนทบุรี

9 พระครูสมห์ อำพล วัดประสาทบุญญาวาส จัดหวัดพระนคร

วันพุธ ที่ 10 มกราคม 2511

พระสงฆ์วัดชนะสงคราม 4 รูป และวัดอโศกราม 4 รูป

สวดพุุทธาภิเษก

พระอาจารย์นั่งปรก

1 พระรักขิตวันมุนี วัดป่าเลไลยก์ จังหวัดสุพรรณบุรี

2 พระพุทธมนต์วราจารย์ วัดสุทัศนเทพวราราม จังหวัดพระนคร

3 พระครูโศภนกัลยาณวัตร วัดกัลยาณมิตร จังหวัดธนบุรี

4 พระอาจารย์คล้าย วัดดวงดี จังหวัดนครศรีธรรมราช

5 พระครูประภัศรธรรมาภรณ์ วัดพระลอย จังหวัดสุพรรณบุรี

6 พระครูวิจิตรวิริยานุโยค วัดทองพุ่มพวง จังหวัดสระบุรี

7 พระครูพินิตสมาจาร วัดนามะตูม จังหวัดชลบุรี

8 พระครูพิทักษ์วิหารกิจ วัดราชนัดดาราม จังหวัดพระนคร

วันพฤหัสบดี ที่ 11 มกราคม 2511

เวลา 19.00 ถึงเวลา 05.00 น.

พระสงฆ์วัดอโศกราม 3 ชุด ๆ ละ 4 รูป สวดพุทธาภิเษก

พระอาจารย์นั่งปรก

1 พระราชวรคุณ วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ

2 พระครูพรหมวิหาร วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ

3 พระครูสันตวรญาณ วัดสันติวัน จังหวัดเชียงใหม่

4 พระอาจาย์ฝั้น วัดป่านาหัวช้าง จังหวัดสกลนคร

5 พระอาจารย์อ่อน วัดป่าหนองบัวงาม จังหวัดอุดรธานี

6 พระสุนทรธรรมภาณ์ วัดป่าชัยวัน จังหวัดขอนแก่น

7 พระสุธรรมคณาจารย์ วัดป่าสาลวัน จังหวัดนครราชสีมา

8 พระมหาบัย วัดป่าบ้านตาล จังหวัดอุดรธานี

9 พระอาจารย์บุญมา วัดสิิริสารวัน จังหวัดอุดรธานี

 

ประวัติวัดมกุฎกษัตริยาราม

  วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร เป็น พระอารามหลวง ชั้นโท ชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่ริมถนนและคลองผดุงกรุงเกษม ด้านใกล้ถนนราชดำเนินนอก สร้างขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4หลังจากขุดคลองผดุงกรุงเกษมเป็นคูพระนครชั้นนอกแล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้มีวัดเรียงรายอยู่ตามชายคลองเหมือนที่กรุงศรีอยุธยา จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดขึ้นเคียงคู่กับวัดโสมนัสวิหาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) เป็นแม่กองก่อสร้าง และ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนราชสีหวิกรม เป็นนายช่าง การก่อสร้างแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2411 ในขั้นแรกโปรดเกล้าฯ ให้เรียกชื่อว่า วัดนามบัญญัติ เป็นการชั่วคราวก่อน เมื่อสิ้นรัชกาลจึงค่อยเรียกนามพระราชทานว่า วัดมกุฏกษัตริยาราม อันเป็นนามตามพระปรมาภิไธย
 
วัดมกุฏกษัตริยาราม ในเขตพระนคร และ วัดโสมนัสวิหาร ที่อยู่ในเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เป็นวัดในเขตกรุงรัตนโกสินทร์ ที่มีเสมา 2 ชั้น ชั้นแรกเรียกว่า มหาสีมา อยู่ในซุ้มที่มุมกำแพงรอบวัด และยังมีเสมารอบพระอุโบสถอีกเรียกว่า ขัณฑสีมา ในวัดที่มีเสมา 2 ชั้นเช่นนี้ พระสงฆ์สามารถประชุมทำสังฆกรรมได้ทั้งพระอุโบสถและพระวิหาร
 
ประวัติสิ่งปลูกสร้างต่างๆ

 

อาคารสำคัญในวัดได้แก่ พระวิหาร และพระอุโบสถ มีลายพระมหามงกุฏอันเป็นตราประจำรัชกาลที่ 4 ทั้งที่หน้าบันและด้านบนของซุ้มประตูหน้าต่างเช่นเดียวกัน ผนังด้านในพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมอันหลากหลายแตกต่างจากวัดอื่น เช่น เรื่องพระสาวกในบาลีและอรรถกถา พระอัครสาวก 11 พระองค์ อัครสาวิกา 8 องค์ ภาพการบำเพ็ญกรรมฐาน สิ่งที่พึ่งปฏิบัติเนื่องด้วยธรรมวินัย ธุดงควัตร บนบานหน้าต่างและบานประตูด้านในเขียนพระสูตรที่เป็นคาถาด้วยตัวอักษรบรรจง เป็นต้น

ลำดับเจ้าอาวาส

นับตั้งแต่ใช้ชื่อวัดว่าวัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร พระอารามแห่งนี้มีเจ้าอาวาสมาแล้วทั้งสิ้น 8 พระองค์/รูปได้แก่

ลำดับที่ รูปภาพ รายนาม เริ่มวาระ สิ้นสุดวาระ
1 พระจันทรโคจรคุณ (ยิ้ม จนฺทรํสี) พ.ศ. 2411 พ.ศ. 2425
2 พระพรหมมุนี (แฟง กิตฺติสาโร) พ.ศ. 2425 พ.ศ. 2443
3 พระธรรมปาโมกข์ (ถม วราสโย) พ.ศ. 2443 พ.ศ. 2462
4 พระศาสนโศภน (แจ่ม จตฺตสลฺโล) พ.ศ. 2462 พ.ศ. 2488
5 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฐายี) พ.ศ. 2488 พ.ศ. 2514
6 พระเทพกิตติเมธี (หิ้น คนฺธาโร) พ.ศ. 2514 พ.ศ. 2516
7 สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (ประจวบ กนฺตจาโร) พ.ศ. 2543 พ.ศ. 2551
8 สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต) พ.ศ. 2551 ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส[1]