logo
ร้านอุดมมงคล พระเครื่อง

พระบูชานิรันตราย 4.5 นิ้ว สูงประมาณ 15 นิ้ว วัดบวรนิเวศ ปี 2535 เนื้อสัมฤทธิ์รมดำ (เช่าบูชาไปแล้ว)

(เช่าบูชาไปแล้ว)
SOLD OUT
พระบูชานิรันตราย 4.5 นิ้ว สูงประมาณ 15 นิ้ว วัดบวรนิเวศ ปี 2535 เนื้อสัมฤทธิ์รมดำ เลข 158 สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ทรงอธิฏฐานจิต สภาพสวยงามและหายากสุดๆ
เหลือ 0 ชิ้น
  • หมวดหมู่ : พระบูชา
  • รหัสสินค้า : 006120

รายละเอียดสินค้า พระบูชานิรันตราย 4.5 นิ้ว สูงประมาณ 15 นิ้ว วัดบวรนิเวศ ปี 2535 เนื้อสัมฤทธิ์รมดำ (เช่าบูชาไปแล้ว)


1 ใน 580 องค์ ครับ

***พระบูชานิรันตราย  ขนาดหน้าตัก  4.5 นิ้ว สูงประมาณ 15 นิ้ว วัดบวรนิเวศ ปี 2535 เนื้อสัมฤทธิ์รมดำ เลขประจำองค์พระ หมายเลข 158 สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ทรงอธิฏฐานจิต สภาพสวยงามและหายากสุดๆ ครับ
***ด้านหน้าสักว่า พระนิรันตราย ด้านหลังสลักว่า สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร และหมายเลขประจำองค์กำกับคือ No. ๑๕๘
****งามและหายากครับ

 

         
  ที่ฐานเรือนซุ้มแก้วด้านบนโดยรอบนั้น จะสลักด้วยพระคุณ 9 ประการของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นอักษรขอมเป็นช่อง ๆ จำนวน  9 ช่อง คือ
    ช่องที่ 1 อรหัง   (แปลว่า เป็นพระอรหันต์)
    ช่องที่  2 สัมมาสัมพุทโธ (แปลว่า เตรัสรู้เองโดยชอบ)
    ช่องที่ 3 วิชชาจรณสัมปันโน  (แปลว่า ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ)
    ช่องที่ 4 สุคโต (แปลว่า เสด็จไปดีแล้ว)
    ช่องที่ 5 โลกวิทู  (แปลว่า เป็นผู้รู้แจ้งโลก)
    ช่องที่ 6 อนุตตโร ปริสธัมมสารถิ (แปลว่า  เป็นสารถีฝึกคนที่ฝึกได้ไม่มีใครยิ่งกว่า)
    ช่องที่ 7 สัตถาเทวมนุสสานัง  (แปลว่า เป็นสาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย)
    ช่องที่ 8 พุทโธ  (แปลว่า เป็นผู้ตื่นและเบิกบานแล้ว)
    ช่องที่ 9 ภควา (แปลว่า เป็นผู้มีโชค)
       ที่ฐานด้านหน้าขององค์พระนิรันตรายเป็นพระโค อันหมายถึงพระโคตรของพระพุทธองค์คือ ทรงพระนามตามพระโคตรว่า โคตมโคตร  อันเป็นแบบที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่ รัชกาลที่ 4 ทรงพระราชดำริให้จัดสร้างขึ้น

บนยอดพระเกศของพระนิรันตราย สลัก ยันต์เฑาะว์ (ยันต์ฑ้อ)
********ยันต์ นี้ เรียกให้ถูก คือ "ยันต์ฑ้อ" ครับ อ่านแบบเสียงโบราณ เกิดจาก อักขร ฑะ แบบตัวอักษรเขมร แล้วทำการวน หากวนกลมรอบตัวเองไป กลายเป็น ยันต์ฑ้อมหาอุด หากขด บนสลับล่าง จะเรียกว่า ยันต์ฑ้อมหาพรหม (มีรูปแบบอื่นๆอีกมากมาย)
*******ยันต์เฑาะว์มีรูปแบบมากมายหลายแบบ เช่น "ยันต์เฑาะว์พุทธะ" "ยันต์เฑาะว์พุทธคุณ" "ยันต์เฑาะว์อะระหัง" ยันต์เฑาะว์นี้ เป็นยันต์แก้วสารพัดนึก เป็นของวิเศษที่มีพุทธคุณสูงมากพระธรรมในพระพุทธศาสนาของพระพุทธองค์ทั้ง 84,000 พระธรรมขันธ์ ล้วนสรุปรวบยอดลงในยันต์เฑาะว์ตัวเดียวนี่ ตามตำนานแล้วกล่าวว่าพระฤษี 108ตนเป็นผู้ชักยันต์นี้ขึ้นมา จึงมีพุทธคุณศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก
*********ยันต์เฑาะว์ พุทธคุณพลิกแพลงใช้ได้สารพัด แล้วแต่ครูบาอาจารย์จะเรียนสูตรไปทางด้านไหน เด่นในด้านแคล้วคลาดปลอดภัย ขับไล่ภูติผีปีศาจ เจรจาค้าขาย มหาอุดหยุดลูกปืน แก้โรคภัยไข้เจ็บทั้งภายในและภายนอก ด้วยการพิมพ์ยันต์ลงบนผ้าปิดตามจุดที่ปวดเช่น ปวดหัว ปวดบวมตามร่างกาย ก็หายสิ้นแล


credit. ที่มายันต์เทาะว์ เว็บพลังจิต

 

 

           พระนิรันตราย เป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยทองคำ มีการค้นพบเมื่อปี พ.ศ.2399 ตามประวัติกล่าวไว้ว่า กำนันอิน ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่เมืองปราจิณบุรี ท่านฝันว่าจับช้างเผือกได้ หลังจากนั้นไม่นาน ท่านกับบุตรชายชื่อนายยังเดินทางเข้าป่าเพื่อขุดมันนกในบริเวณชายป่า ห่างจากดงศรีมหาโพธิ์ประมาณ 3 เส้น ก็ได้พบพระพุทธรูปหล่อด้วยทองคำเนื้อหก มีน้ำหนักถึง 8 ตำลึง ท่านจึงนำไปมอบให้พระเกรียงไกร กระบวนยุทธ์ ปลัดเมืองฉะเชิงเทรา พระเกรียงไกรจึงได้พากำนันอินและนายยังเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายพระพุทธรูปทองคำ พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดฯ ว่า...สองพ่อลูกมีกตัญญูต่อพระพุทธศาสนาและพระเจ้าแผ่นดิน ขุดได้พระทองคำแล้วไม่ทำลาย หรือซื้อขายเป็นประโยชน์ส่วนตัว แล้วยังมีน้ำใจนำมาทูลเกล้าฯ ถวาย….จึงทรงพระกรุณาโปรดฯ พระราชทานเงินตราให้เป็นรางวัล และโปรดให้เจ้าพนักงานอัญเชิญพระพุทธรูปทองคำไปประดิษฐาน ณ หอพระเสถียรธรรมปริตคู่กับพระกริ่งทองคำน้อย

          ในปี พ.ศ.2403
มีคนร้ายลักลอบเข้าหอเสถียรธรรมปริต ลักเอาพระกริ่งทองคำองค์น้อยไป เป็นที่น่าแปลกใจที่กลับไม่เอาพระพุทธรูปทองคำที่ประดิษฐานอยู่คู่กันไปด้วย ทั้งที่องค์พระมีขนาดเขื่องกว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริว่า...พระพุทธรูปซึ่งกำนันอินทูลเกล้าฯ ถวายนั้น เป็นทองคำทั้งแท่งและใหญ่กว่าพระกริ่ง ควรที่คนร้ายจะลักองค์ใหญ่ไปแต่กลับละไว้ เช่นเดียวกับผู้ที่ขุดได้ไม่ทำอันตราย เป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่แคล้วคลาดถึง 2 ครั้ง...พระองค์จึงทรงถวายพระนามว่า "พระนิรันตราย"

          จากนั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริให้เจ้าพนักงานทำการหล่อพระพุทธรูปนั่ง ปางสมาธิเพชร เนื้อทองคำ ขนาดหน้าตักกว้าง 5 นิ้วครึ่ง เพื่อสวมพระนิรันตรายไว้อีกชั้นหนึ่ง และโปรดฯ ให้หล่อเป็นเนื้อเงินบริสุทธิ์อีกองค์หนึ่งไว้คู่กัน

          เมื่อพระสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติมีพระอารามมากขึ้น ในปี พ.ศ.2411 พระองค์จึงทรงโปรดฯ ให้หล่อพระพุทธรูปพิมพ์เดียวกันเป็นเนื้อทองเหลือง โดยมีเรือนแก้วเป็นพุ่มพระมหาโพธิ์ มีอักขระขอมจำหลักลงในวงกลีบบัว เบื้องหน้า 9 เบื้องหลัง 9 ยอดเรือนแก้วเป็นรูปพระมหามงกุฎ จำนวน 18 องค์เท่ากับจำนวนปีที่เสด็จอยู่ในสิริราชสมบัติ เพื่อจะทรงพระราชทานเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญประจำพระอารามต่างๆ แต่ยังไม่ทันกะไหล่ทอง พระองค์ก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายช่างทำการกะไหล่ทองคำทั้ง 18 องค์ให้แล้วเสร็จ และพระราชทานไปตามวัดคณะธรรมยุติตามพระราชประสงค์ของพระบรมราชชนก หลังจากนั้น พระองค์ทรงสร้างพระราชทานเพิ่มอีกวัดละองค์ในเวลาต่อมา