logo
ร้านอุดมมงคล พระเครื่อง

พระบูชานิรันตราย หน้าตัก 4.5 นิ้ว เนื้อโลหะปิดทอง พ.ศ.2548 พระเกจิทั่วปร (เช่าบูชาไปแล้ว)

(เช่าบูชาไปแล้ว)
SOLD OUT
พระนิรันตราย บูชา หน้าตัก 5 นิ้ว เนื้อทองเหลืองพิธีพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อ ปี พ.ศ.2548 โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ เป็นองค์ประธานจุดเทียนชัยโด
เหลือ 0 ชิ้น
  • หมวดหมู่ : พระบูชา
  • รหัสสินค้า : 005971

รายละเอียดสินค้า พระบูชานิรันตราย หน้าตัก 4.5 นิ้ว เนื้อโลหะปิดทอง พ.ศ.2548 พระเกจิทั่วปร (เช่าบูชาไปแล้ว)

  พระบูชานิรันตราย พ.ศ. 2548  หน้าตัก  4.5 นิ้ว สูงประมาณ 15 นิ้ว ปิดทอง พิธีมหาพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร งามและหายากสุดๆ ครับ
    พระเกจิคณาจารย์ ทั่วประเทศ ร่วมพิธีมหาพุทธาภิเษกยิ่งใหญ่ เมื่อ 13 มีนาคม 2548 ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร 

 

 

 



 

            โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ เป็นองค์ประธานจุดเทียนชัยโดย พระพรหมมุนี วัดบวรนิเวศ ประกอบพิธีดับเทียนชัย ณ อุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อวันพุธ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2548 เวลา 14.18 น.
รายนามพระเกจิอาจารย์นั่งปรกอธิษฐานจิต พิธีพุทธาภิเษก ณ อุโบสถวัดบวรนิเวศ
1.) พระมงคลลิทธิการ ( หลวงพ่อพูล ) วัดไผ่ล้อม จ. นครปฐม
2.) พระญาณสิทธาจารย์ วัดเทพพิทักษ์ปุญญาราม จ.นครราชสีมา
3.) พระเทพสังวรญาณ ( หลวงตาพวง ) วัดศรีธรรมมาราม จ.ยโสธร
4.) พระราชสังวรญาณ ( หลวงพ่อไพบูลย์ ) วัดอนาลโย จ. พะเยา
5.) พระมงคลวุฒิ (หลวงปู่ทอง ) วัดจักรวรรดิราชาวาส กรุงเทพ
6.) พระมงคลสุทธิคุณ ( หลวงพ่อฟู ) วัดบางสมัคร จ. ฉะเชิงเทรา
7.) พระครูสังวรสมณกิจ ( หลวงปู่ทิม ) วัดพระขาว จ. อยุธยา
8.) พระครูประโชติธรรมวิจิตร ( หลวงพ่อเพิ่ม ) วัดป้อมแก้ว จ. อยุธยา


  ที่ฐานเรือนซุ้มแก้วด้านบนโดยรอบนั้น จะสลักด้วยพระคุณ 9 ประการของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นอักษรขอมเป็นช่อง ๆ จำนวน  9 ช่อง คือ
    ช่องที่ 1 อรหัง   (แปลว่า เป็นพระอรหันต์)
    ช่องที่  2 สัมมาสัมพุทโธ (แปลว่า เตรัสรู้เองโดยชอบ)
    ช่องที่ 3 วิชชาจรณสัมปันโน  (แปลว่า ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ)
    ช่องที่ 4 สุคโต (แปลว่า เสด็จไปดีแล้ว)
    ช่องที่ 5 โลกวิทู  (แปลว่า เป็นผู้รู้แจ้งโลก)
    ช่องที่ 6 อนุตตโร ปริสธัมมสารถิ (แปลว่า  เป็นสารถีฝึกคนที่ฝึกได้ไม่มีใครยิ่งกว่า)
    ช่องที่ 7 สัตถาเทวมนุสสานัง  (แปลว่า เป็นสาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย)
    ช่องที่ 8 พุทโธ  (แปลว่า เป็นผู้ตื่นและเบิกบานแล้ว)
    ช่องที่ 9 ภควา (แปลว่า เป็นผู้มีโชค)

       ที่ฐานด้านหน้าขององค์พระนิรันตรายเป็นพระโค อันหมายถึงพระโคตรของพระพุทธองค์คือ ทรงพระนามตามพระโคตรว่า โคตมโคตร  อันเป็นแบบที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่ รัชกาลที่ 4 ทรงพระราชดำริให้จัดสร้างขึ้น

           พระนิรันตราย เป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยทองคำ มีการค้นพบเมื่อปี พ.ศ.2399 ตามประวัติกล่าวไว้ว่า กำนันอิน ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่เมืองปราจิณบุรี ท่านฝันว่าจับช้างเผือกได้ หลังจากนั้นไม่นาน ท่านกับบุตรชายชื่อนายยังเดินทางเข้าป่าเพื่อขุดมันนกในบริเวณชายป่า ห่างจากดงศรีมหาโพธิ์ประมาณ 3 เส้น ก็ได้พบพระพุทธรูปหล่อด้วยทองคำเนื้อหก มีน้ำหนักถึง 8 ตำลึง ท่านจึงนำไปมอบให้พระเกรียงไกร กระบวนยุทธ์ ปลัดเมืองฉะเชิงเทรา พระเกรียงไกรจึงได้พากำนันอินและนายยังเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายพระพุทธรูปทองคำ พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดฯ ว่า...สองพ่อลูกมีกตัญญูต่อพระพุทธศาสนาและพระเจ้าแผ่นดิน ขุดได้พระทองคำแล้วไม่ทำลาย หรือซื้อขายเป็นประโยชน์ส่วนตัว แล้วยังมีน้ำใจนำมาทูลเกล้าฯ ถวาย….จึงทรงพระกรุณาโปรดฯ พระราชทานเงินตราให้เป็นรางวัล และโปรดให้เจ้าพนักงานอัญเชิญพระพุทธรูปทองคำไปประดิษฐาน ณ หอพระเสถียรธรรมปริตคู่กับพระกริ่งทองคำน้อย

          ในปี พ.ศ.2403
มีคนร้ายลักลอบเข้าหอเสถียรธรรมปริต ลักเอาพระกริ่งทองคำองค์น้อยไป เป็นที่น่าแปลกใจที่กลับไม่เอาพระพุทธรูปทองคำที่ประดิษฐานอยู่คู่กันไปด้วย ทั้งที่องค์พระมีขนาดเขื่องกว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริว่า...พระพุทธรูปซึ่งกำนันอินทูลเกล้าฯ ถวายนั้น เป็นทองคำทั้งแท่งและใหญ่กว่าพระกริ่ง ควรที่คนร้ายจะลักองค์ใหญ่ไปแต่กลับละไว้ เช่นเดียวกับผู้ที่ขุดได้ไม่ทำอันตราย เป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่แคล้วคลาดถึง 2 ครั้ง...พระองค์จึงทรงถวายพระนามว่า "พระนิรันตราย"

          จากนั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริให้เจ้าพนักงานทำการหล่อพระพุทธรูปนั่ง ปางสมาธิเพชร เนื้อทองคำ ขนาดหน้าตักกว้าง 5 นิ้วครึ่ง เพื่อสวมพระนิรันตรายไว้อีกชั้นหนึ่ง และโปรดฯ ให้หล่อเป็นเนื้อเงินบริสุทธิ์อีกองค์หนึ่งไว้คู่กัน

          เมื่อพระสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติมีพระอารามมากขึ้น ในปี พ.ศ.2411 พระองค์จึงทรงโปรดฯ ให้หล่อพระพุทธรูปพิมพ์เดียวกันเป็นเนื้อทองเหลือง โดยมีเรือนแก้วเป็นพุ่มพระมหาโพธิ์ มีอักขระขอมจำหลักลงในวงกลีบบัว เบื้องหน้า 9 เบื้องหลัง 9 ยอดเรือนแก้วเป็นรูปพระมหามงกุฎ จำนวน 18 องค์เท่ากับจำนวนปีที่เสด็จอยู่ในสิริราชสมบัติ เพื่อจะทรงพระราชทานเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญประจำพระอารามต่างๆ แต่ยังไม่ทันกะไหล่ทอง พระองค์ก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายช่างทำการกะไหล่ทองคำทั้ง 18 องค์ให้แล้วเสร็จ และพระราชทานไปตามวัดคณะธรรมยุติตามพระราชประสงค์ของพระบรมราชชนก หลังจากนั้น พระองค์ทรงสร้างพระราชทานเพิ่มอีกวัดละองค์ในเวลาต่อมา