logo
ร้านอุดมมงคล พระเครื่อง

พระกริ่งพระชัยวัฒน์ไพรีพินาศ รุ่น 200 ปี พระบาทสมเด็จจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4(เช่าบูชาไปแล้ว)

(เช่าบูชาไปแล้ว)
SOLD OUT
พระกริ่ง พระชัยวัฒน์ ไพรีพินาศ รุ่น 200 ปี พระบาทสมเด็จจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 วัดบวรนิเวศวิหาร พ.ศ. 2547 เนื้อนวะ พร้อมกล่องเดิมๆ งาม ๆ ครับ หายากแล้วครับ เวลานี้
เหลือ 0 ชิ้น
  • หมวดหมู่ : พระนิรันตราย
  • รหัสสินค้า : 005627

รายละเอียดสินค้า พระกริ่งพระชัยวัฒน์ไพรีพินาศ รุ่น 200 ปี พระบาทสมเด็จจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4(เช่าบูชาไปแล้ว)

          พระกริ่ง พระชัยวัฒน์ ไพรีพินาศ รุ่น 200 ปี พระบาทสมเด็จจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 วัดบวรนิเวศวิหาร พ.ศ. 2547 เนื้อนวะ พร้อมกล่องเดิมๆ งาม ๆ ครับ หายากแล้วครับ เวลานี้

          การตอกโค๊ต รุ่นนี้ จะมีโค๊ตอยู่ใต้ฐานขององค์พระกริ่งและพระชัยวัฒน์ เป็นตราสัญลักษณ์พระปรมาภิไธย  มปร. ประจำรัชกาลที่ ๔ และจะมีข้อความว่า ครบ ๒๐๐ ปี วัน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ วันที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๗

         รุ่นนี้ นั้น วัดบวรนิเวศวิหาร จัดสร้างในวาระที่พิเศษ คือครบรอบ 200 ปี แห่งการพระบรมราชสมภพ ในหลวงรัชกาลที่ 4 วัดบวรนิเวศวิหาร ได้จัดงานเพื่อรำลึกถึงพระองค์ในวาระดังกล่าว และใด้จัดสร้างพระกริ่งพระชัยวัฒน์ ที่เกี่ยวเนื่องด้วยพระองค์ ในวาระดังกล่าว....รูปแบบสวยงาม ครับ.....ราคาไม่แพง..

 

 

 
 
 
 
 

  พระนิรันตราย เป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยทองคำ มีการค้นพบเมื่อปี พ.ศ.2399 ตามประวัติกล่าวไว้ว่า กำนันอิน ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่เมืองปราจิณบุรี ท่านฝันว่าจับช้างเผือกได้ หลังจากนั้นไม่นาน ท่านกับบุตรชายชื่อนายยังเดินทางเข้าป่าเพื่อขุดมันนกในบริเวณชายป่า ห่างจากดงศรีมหาโพธิ์ประมาณ 3 เส้น ก็ได้พบพระพุทธรูปหล่อด้วยทองคำเนื้อหก มีน้ำหนักถึง 8 ตำลึง ท่านจึงนำไปมอบให้พระเกรียงไกร กระบวนยุทธ์ ปลัดเมืองฉะเชิงเทรา พระเกรียงไกรจึงได้พากำนันอินและนายยังเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้า อยู่หัว เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายพระพุทธรูปทองคำ พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดฯ ว่า...สองพ่อลูกมีกตัญญูต่อพระพุทธศาสนาและพระเจ้าแผ่นดิน ขุดได้พระทองคำแล้วไม่ทำลาย หรือซื้อขายเป็นประโยชน์ส่วนตัว แล้วยังมีน้ำใจนำมาทูลเกล้าฯ ถวาย….จึงทรงพระกรุณาโปรดฯ พระราชทานเงินตราให้เป็นรางวัล และโปรดให้เจ้าพนักงานอัญเชิญพระพุทธรูปทองคำไปประดิษฐาน ณ หอพระเสถียรธรรมปริตคู่กับพระกริ่งทองคำน้อย

          ในปี พ.ศ.2403
มีคนร้ายลักลอบเข้าหอเสถียรธรรมปริต ลักเอาพระกริ่งทองคำองค์น้อยไป เป็นที่น่าแปลกใจที่กลับไม่เอาพระพุทธรูปทองคำที่ประดิษฐานอยู่คู่กันไปด้วย ทั้งที่องค์พระมีขนาดเขื่องกว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริว่า...พระพุทธรูปซึ่งกำนันอินทูลเกล้าฯ ถวายนั้น เป็นทองคำทั้งแท่งและใหญ่กว่าพระกริ่ง ควรที่คนร้ายจะลักองค์ใหญ่ไปแต่กลับละไว้ เช่นเดียวกับผู้ที่ขุดได้ไม่ทำอันตราย เป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่แคล้วคลาดถึง 2 ครั้ง...พระองค์จึงทรงถวายพระนามว่า "พระนิรันตราย"

          จากนั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริให้เจ้าพนักงานทำการหล่อ พระพุทธรูปนั่ง ปางสมาธิเพชร เนื้อทองคำ ขนาดหน้าตักกว้าง 5 นิ้วครึ่ง เพื่อสวมพระนิรันตรายไว้อีกชั้นหนึ่ง และโปรดฯ ให้หล่อเป็นเนื้อเงินบริสุทธิ์อีกองค์หนึ่งไว้คู่กัน

          เมื่อพระสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติมีพระอารามมากขึ้น ในปี พ.ศ.2411 พระองค์จึงทรงโปรดฯ ให้หล่อพระพุทธรูปพิมพ์เดียวกันเป็นเนื้อทองเหลือง โดยมีเรือนแก้วเป็นพุ่มพระมหาโพธิ์ มีอักขระขอมจำหลักลงในวงกลีบบัว เบื้องหน้า 9 เบื้องหลัง 9 ยอดเรือนแก้วเป็นรูปพระมหามงกุฎ จำนวน 18 องค์เท่ากับจำนวนปีที่เสด็จอยู่ในสิริราชสมบัติ เพื่อจะทรงพระราชทานเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญประจำพระอารามต่างๆ แต่ยังไม่ทันกะไหล่ทอง พระองค์ก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายช่างทำการกะไหล่ทองคำทั้ง 18 องค์ให้แล้วเสร็จ และพระราชทานไปตามวัดคณะธรรมยุติตามพระราชประสงค์ของพระบรมราชชนก หลังจากนั้น พระองค์ทรงสร้างพระราชทานเพิ่มอีกวัดละองค์ในเวลาต่อมา