logo
ร้านอุดมมงคล พระเครื่อง

พระนิรันตรายบูชา เนื้อโลหะ ชุบทอง ขนาดหน้าตัก 2 ซ.ม. พร้อมฐานและครอบแก้ว (เช่าบูชาแล้ว)


SOLD OUT
*****พระบูชาตั้งหน้ารถ หรือที่บ้าน พระนิรันตราย เนื้อโลหะ ชุบทอง ปี 2548 พิธีพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร มาพร้อมฐานไม้สัก องค์พระขนาดหน้าตัก 2 ซ.ม. ครับ..........สมเด็จพระพุฒาจาร
เหลือ 0 ชิ้น
ซื้อเลย
หยิบลงตะกร้า
  • หมวดหมู่ : พระนิรันตราย
  • รหัสสินค้า : 001610

รายละเอียดสินค้า พระนิรันตรายบูชา เนื้อโลหะ ชุบทอง ขนาดหน้าตัก 2 ซ.ม. พร้อมฐานและครอบแก้ว (เช่าบูชาแล้ว)

*****พระบูชาตั้งหน้ารถ หรือที่บ้าน พระนิรันตราย เนื้อ 3 กษัตริย์ ปี 2548 พิธีพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร มาพร้อมฐานไม้สัก องค์พระขนาดหน้าตัก 2 ซ.ม. ครับ..........(เช่าบูชาแล้ว)


สมเด็จพระพุฒาจารย์ เป็นองค์ประธานจุดเทียนชัย
โดย พระพรหมมุนี วัดบวรนิเวศ ประกอบพิธีดับเทียนชัย ณ อุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร
เมื่อวันพุธ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2548 เวลา 14.18 น.
รายนามพระเกจิอาจารย์นั่งปรกอธิษฐานจิต พิธีพุทธาภิเษก ณ อุโบสถวัดบวรนิเวศ
1.) พระมงคลลิทธิการ ( หลวงพ่อพูล ) วัดไผ่ล้อม จ. นครปฐม
2.) พระญาณสิทธาจารย์ วัดเทพพิทักษ์ปุญญาราม จ.นครราชสีมา
3.) พระเทพสังวรญาณ ( หลวงตาพวง ) วัดศรีธรรมมาราม จ.ยโสธร
4.) พระราชสังวรญาณ ( หลวงพ่อไพบูลย์ ) วัดอนาลโย จ. พะเยา
5.) พระมงคลวุฒิ (หลวงปู่ทอง ) วัดจักรวรรดิราชาวาส กรุงเทพ
6.) พระมงคลสุทธิคุณ ( หลวงพ่อฟู ) วัดบางสมัคร จ. ฉะเชิงเทรา
7.) พระครูสังวรสมณกิจ ( หลวงปู่ทิม ) วัดพระขาว จ. อยุธยา
8.) พระครูประโชติธรรมวิจิตร ( หลวงพ่อเพิ่ม ) วัดป้อมแก้ว จ. อยุธยา


ประวัติพระนิรันตราย
พระนิรันตราย เป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยทองคำ มีการค้นพบเมื่อปี พ.ศ.2399 ตามประวัติกล่าวไว้ว่า กำนันอิน ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่เมืองปราจิณบุรี ท่านฝันว่าจับช้างเผือกได้ หลังจากนั้นไม่นาน ท่านกับบุตรชายชื่อนายยังเดินทางเข้าป่าเพื่อขุดมันนกในบริเวณชายป่า ห่างจากดงศรีมหาโพธิ์ประมาณ 3 เส้น ก็ได้พบพระพุทธรูปหล่อด้วยทองคำเนื้อหก มีน้ำหนักถึง 8 ตำลึง ท่านจึงนำไปมอบให้พระเกรียงไกร กระบวนยุทธ์ ปลัดเมืองฉะเชิงเทรา พระเกรียงไกรจึงได้พากำนันอินและนายยังเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายพระพุทธรูปทองคำ พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดฯ ว่า...สองพ่อลูกมีกตัญญูต่อพระพุทธศาสนาและพระเจ้าแผ่นดิน ขุดได้พระทองคำแล้วไม่ทำลาย หรือซื้อขายเป็นประโยชน์ส่วนตัว แล้วยังมีน้ำใจนำมาทูลเกล้าฯ ถวาย….จึงทรงพระกรุณาโปรดฯ พระราชทานเงินตราให้เป็นรางวัล และโปรดให้เจ้าพนักงานอัญเชิญพระพุทธรูปทองคำไปประดิษฐาน ณ หอพระเสถียรธรรมปริตคู่กับพระกริ่งทองคำน้อย

ในปี พ.ศ.2403 มีคนร้ายลักลอบเข้าหอเสถียรธรรมปริต ลักเอาพระกริ่งทองคำองค์น้อยไป เป็นที่น่าแปลกใจที่กลับไม่เอาพระพุทธรูปทองคำที่ประดิษฐานอยู่คู่กันไปด้วย ทั้งที่องค์พระมีขนาดเขื่องกว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริว่า...พระพุทธรูปซึ่งกำนันอินทูลเกล้าฯ ถวายนั้น เป็นทองคำทั้งแท่งและใหญ่กว่าพระกริ่ง ควรที่คนร้ายจะลักองค์ใหญ่ไปแต่กลับละไว้ เช่นเดียวกับผู้ที่ขุดได้ไม่ทำอันตราย เป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่แคล้วคลาดถึง 2 ครั้ง...พระองค์จึงทรงถวายพระนามว่า "พระนิรันตราย"

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริให้เจ้าพนักงานทำการหล่อพระพุทธรูปนั่ง ปางสมาธิเพชร เนื้อทองคำ ขนาดหน้าตักกว้าง 5 นิ้วครึ่ง เพื่อสวมพระนิรันตรายไว้อีกชั้นหนึ่ง และโปรดฯ ให้หล่อเป็นเนื้อเงินบริสุทธิ์อีกองค์หนึ่งไว้คู่กัน

เมื่อพระสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติมีพระอารามมากขึ้น ในปี พ.ศ.2411 พระองค์จึงทรงโปรดฯ ให้หล่อพระพุทธรูปพิมพ์เดียวกันเป็นเนื้อทองเหลือง โดยมีเรือนแก้วเป็นพุ่มพระมหาโพธิ์ มีอักขระขอมจำหลักลงในวงกลีบบัว เบื้องหน้า 9 เบื้องหลัง 9 ยอดเรือนแก้วเป็นรูปพระมหามงกุฎ จำนวน 18 องค์เท่ากับจำนวนปีที่เสด็จอยู่ในสิริราชสมบัติ เพื่อจะทรงพระราชทานเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญประจำพระอารามต่างๆ แต่ยังไม่ทันกะไหล่ทอง พระองค์ก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายช่างทำการกะไหล่ทองคำทั้ง 18 องค์ให้แล้วเสร็จ และพระราชทานไปตามวัดคณะธรรมยุติตามพระราชประสงค์ของพระบรมราชชนก

หลังจากนั้น พระองค์ทรงสร้างพระราชทานเพิ่มอีกวัดละองค์ในเวลาต่อมาครับผม