logo
ร้านอุดมมงคล พระเครื่อง

พระกริ่งนิรันตราย เนื้อสัมฤทธิ์ มูลนิธิโรงพยาบาลตำรวจ จัดสร้าง สมเด็จพระเทพฯ ทรงเททอง(เช่าบูชาแล้่ว)

(เช่าบูชาแล้ว)
SOLD OUT
พระกริ่งนิรันตราย เนื้อสัมฤทธิ์ มูลนิธิโรงพยาบาลตำรวจ จัดสร้าง สมเด็จพระเทพฯ ทรงเททอง พิธีพุทธาภิเษกโดยคณาจารย์ ทั่วประเทศ ณ พระอุโบสสถวัดบวร (เช่าบูชาแล้ว)
เหลือ 0 ชิ้น
  • หมวดหมู่ : พระนิรันตราย
  • รหัสสินค้า : 001565

รายละเอียดสินค้า พระกริ่งนิรันตราย เนื้อสัมฤทธิ์ มูลนิธิโรงพยาบาลตำรวจ จัดสร้าง สมเด็จพระเทพฯ ทรงเททอง(เช่าบูชาแล้่ว)

       พระกริ่งนิรันตราย เนื้อสัมฤทธิ์ มูลนิธิโรงพยาบาลตำรวจ จัดสร้าง สมเด็จพระเทพฯ ทรงเททอง  พิธีพุทธาภิเษกโดยคณาจารย์ ทั่วประเทศ ณ พระอุโบสสถวัดบวรนิเวศวิหาร (เช่าบูชาแล้ว)

    สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับมูลนิธิโรงพยาบาลตำรวจในพระบรมราชินูปถัมภ์ ขอเชิญร่วมบูชาพระนิรันตราย (จำลอง) เพื่อบริจาคสมทบทุนในการจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ มอบให้แก่อาคารบริการทางการแพทย์ 20 ชั้น โรงพยาบาลตำรวจ

จากประวัติ "พระนิรันตราย" เป็นพระที่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสร้าง เช่นเดียวกับพระราชทานกำเนิด "ตำรวจสมัยใหม่" ในรัชสมัยของพระองค์ เพื่อปรับปรุงกิจการตำรวจให้ทันสมัยเทียบเท่านานาประเทศตะวันตก

การจัดสร้าง พระนิรันตราย (จำลอง) ครั้งนี้ เพื่อให้เป็นพระประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตในการจัดสร้าง

ศุกร์ที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๕๕
จัดพิธีบวงสรวงหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ ๔  โดยมี พล.ต.อ.เภา สารสิน ในฐานะประธานมูลนิธิโรงพยาบาลตำรวจในพระบรมราชินูปถัมภ์ และ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี ร่วมขอพรให้การจัดสร้างบรรลุตามวัตถุประสงค์ทุกประการ

พุธที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๕ เวลา ๑๗.๐๐ น.
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธาน ในพิธีเททองหล่อพระนิรันตราย (จำลอง) ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร ในการนี้ได้ทรงเททองหล่อพระนิรันตรายทั้ง ๓ แบบ ได้แก่  พระบูชานิรันตรายหน้าตัก ๑๙ นิ้ว  พระบูชานิรันตรายหน้าตัก ๙ นิ้ว และพระกริ่งนิรันตราย (จำลอง) เนื้อโลหะขนาดคล้องคอ (เนื้อทองคำ, นวโลหะ, สัมฤทธิ์)

พระนิรันตรายรุ่นนี้ถือว่าวาระดี พิธียิ่งใหญ่และคณะผู้สร้างได้นำแผ่นชนวนศักดิ์สิทธิ์ ไปให้หัวหน้าพราหมณ์ เทวสถานโบสถ์พราหมณ์ จารอักขระเลขมงคลต่าง ๆ
ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจิมตั้งสัตยาธิษฐานถวายเป็นพุทธบูชา  อีกทั้งรวบรวมวัตถุมงคล มวลสารศักดิ์สิทธิ์ แผ่นจารโลหะพระเกจิคณาจารย์ต่าง ๆ มากมาย เป็นประวัติการณ์มาหลอมรวมหล่อพระนิรันตรายรุ่นนี้อีกด้วย

กำหนดพิธีมหาพุทธาภิเษกในวันพฤหัสบดีที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๕ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร 

 38 วัดบวร ฯ เนื้

ประวัติ พระนิรันตราย

พระนิรันตราย (องค์เดิม)
พระนิรันตราย (องค์เดิม)

พระพุทธรูปศิลปะแบบทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๔-๑๕ ขนาดหน้า ตักกว้าง ๖ ซม. องค์พระสูง ๘.๒๐ ซม. วัสดุทองคำ ประทับนั่งแบบปรยัง กาสนะ ข้อพระบาทไขว้กันอย่างหลวมๆ แสดงธยานะมุทราโดยพระหัตถ์ขวา ช้อนเหนือพระหัตถ์ซ้าย พระพักตร์ค่อนข้างกลม พระขนงเป็นเส้นติดต่อกัน ค ล้ายปีกกา พระเนตรเหลือบต่ํ า พระนาสิกป้าน พระโอษฐ์ค่อนข้างกว้าง พระกรรณยาวเกือบจรดพระอังสะ พระเศียรประกอบด้วยขมวดพระเกศา มีเกตุมาลาอยู่เบื้องบนปราศจากรัศมี องค์พระพุทธรูปครองอุตราสงค์เรียบ ไม่มีริ้วห่มเฉียงเปิดพระอังสาขวา ขอบอุตราสงค์พาดผ่านข้อพระกรซ้าย พระพุทธรูปประทับนั่งบนปัทมาสน์มีกลีบบัวคว่ำบัวหงายประกอบทั้ง เบื้องบนเบื้องล่าง ซึ่งฐานปัทมาสน์นี้ได้สร้างเพิ่มเติมในภายหลัง

พระนิรันตรายนี้ กำนันอิน แขวงเมืองปราจีนบุรี และบุตรชาย เป็น ผู้ขุดค้นพบพระนิรันตราย และได้นำไปมอบให้พระเกรียงไกรกระบวนยุทธ์ ปลัดเมืองฉะเชิงเทรา ซึ่งต่อมาได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงเห็นว่าสองคนพ่อลูกมีกตัญญู ต่อพระพุทธศาสนาและพระเจ้าแผ่นดิน จึงทรงพระราชทานรางวัล เงินตรา ๘ ชั่ง พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานอัญเชิญ พระพุทธรูปทองคำนี้ไปรักษาไว้ ณ หอเสถียรธรรมปริตร กับพระกริ่งทองคำ องค์น้อย

เมื่อ พ.ศ.๒๔๐๓ มีผู้ร้ายลักพระกริ่งองค์น้อยที่ตั้งอยู่คู่กันไป จึงทรง พระราชดำริว่า พระพุทธรูปที่ได้รับการทูลเกล้าฯถวายมาก็เป็นทองคำ ทั้งแท่งใหญ่กว่าพระกริ่ง ควรที่ผู้ร้ายจะลักพระพุทธรูปองค์นี้ไป แต่ก็แคล้วคลาด ถึง ๒ ครั้ง อีกทั้งผู้ที่ขุดค้นพบได้ก็ไม่ทำอันตรายเป็นที่อัศจรรย์อยู่ จึงทรง ถวายพระนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า “พระนิรันตราย” อันมีความหมายว่า ปราศจากอันตราย

 


พระนิรันตราย (องค์ใหม่)

พระพุทธรูปศิลปะแบบรัตนโกสินทร์ ช่วงปี พ.ศ.๒๓๙๔-๒๔๑๑ ขนาดหน้าตักกว้าง ๑๑.๖๕ ซม. องค์พระสูง ๒๐.๓๐ ซม. วัสดุทองคำ ประทับ นั่งวัชราสนะ แสดงธยานะมุทราโดยพระหัตถ์ขวาช้อนบนพระหัตถ์ซ้ายเหนือ พระเพลา มีพระพักตร์ค่อนข้างกลม พระนลาฏค่อนข้างแคบ พระขนงเป็น รูปปีกกา มีอุณาโลมอยู่ระหว่างพระขนง พระเนตรเหลือบต่ำ พระนาสิกโด่ง พระโอษฐ์เรียว พระกรรณคล้ายมนุษย์สามัญ พระเศียรประดับด้วย ขมวดพระเกศาขนาดเล็ก ปราศจากเกตุมาลาโดยปรากฏรัศมีรูปเปลวไฟ เหนือพระเศียร องค์พระพุทธรูปครองอุตราสงค์จีบเป็นริ้วเหมือนผ้าตาม ธรรมชาติห่มเฉียงเปิดพระอังสาขวา เหนือพระอังสาซ้ายมีสังฆาฏิขนาดใหญ่ พาดทับยาวลงมาจรดพระนาภี ปลายตัดเป็นเส้นตรง อันตรวาสกมีลักษณะ คล้ายริ้วผ้าตามธรรมชาติเช่นเดียวกับอุตราสงค์ ซึ่งเป็นการครองผ้า อย่างธรรมยุติกนิกาย

พระพุทธรูปประทับนั่งบนปัทมาสน์อันประกอบด้วยกลีบบัวคว่ำและ กลีบบัวหงายเหนือฐานแข้งสิงห์ และฐานเขียงแปดเหลี่ยมซึ่งเป็นที่สำหรับ รับน้ำสรงพระ มีท่อเป็นรูปศีรษะโคอันแสดงเป็นที่หมายพระโคตร ซึ่งเป็น โคตมะอันเป็นแบบที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริ ให้สร้างขึ้น

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หล่อพระนิรันตรายองค์นี้ด้วยทองคำตามพุทธลักษณะสวมพระพุทธรูป นิรันตราย องค์เดิมอีกชั้นหนึ่ง กับทั้งให้หล่อด้วยเงินไล่บริสุทธิ์เป็นคู่กัน อีกองค์หนึ่ง

ปัจจุบันพระนิรันตรายประดิษฐานอยู่ในหอพระสุลาลัยพิมาน ในหมู่พระมหามณเฑียร และได้รับการอัญเชิญเข้าในงานพระราชพิธีสำคัญๆ เช่น พระราชพิธีหล่อพระพุทธรูป และพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา เป็นต้น

 

 

อนวโลหะเต็มสูตร( พิมพ์นิยม ) เลขต้น ๆ อุดผงจิตรดาและเส้นเกศาสมเด็จพระสังฆราช ฯ สภาพสว ย สร้างน้อย หายาก

ประวัติพระนิรันตราย

  พระนิรันตราย เป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยทองคำ มีการค้นพบเมื่อปี พ.ศ.2399 ตามประวัติกล่าวไว้ว่า กำนันอิน ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่เมืองปราจิณบุรี ท่านฝันว่าจับช้างเผือกได้ หลังจากนั้นไม่นาน ท่านกับบุตรชายชื่อนายยังเดินทางเข้าป่าเพื่อขุดมันนกในบริเวณชายป่า ห่างจากดงศรีมหาโพธิ์ประมาณ 3 เส้น ก็ได้พบพระพุทธรูปหล่อด้วยทองคำเนื้อหก มีน้ำหนักถึง 8 ตำลึง ท่านจึงนำไปมอบให้พระเกรียงไกร กระบวนยุทธ์ ปลัดเมืองฉะเชิงเทรา พระเกรียงไกรจึงได้พากำนันอินและนายยังเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้า อยู่หัว เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายพระพุทธรูปทองคำ พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดฯ ว่า...สองพ่อลูกมีกตัญญูต่อพระพุทธศาสนาและพระเจ้าแผ่นดิน ขุดได้พระทองคำแล้วไม่ทำลาย หรือซื้อขายเป็นประโยชน์ส่วนตัว แล้วยังมีน้ำใจนำมาทูลเกล้าฯ ถวาย….จึงทรงพระกรุณาโปรดฯ พระราชทานเงินตราให้เป็นรางวัล และโปรดให้เจ้าพนักงานอัญเชิญพระพุทธรูปทองคำไปประดิษฐาน ณ หอพระเสถียรธรรมปริตคู่กับพระกริ่งทองคำน้อย

          ในปี พ.ศ.2403
มีคนร้ายลักลอบเข้าหอเสถียรธรรมปริต ลักเอาพระกริ่งทองคำองค์น้อยไป เป็นที่น่าแปลกใจที่กลับไม่เอาพระพุทธรูปทองคำที่ประดิษฐานอยู่คู่กันไปด้วย ทั้งที่องค์พระมีขนาดเขื่องกว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริว่า...พระพุทธรูปซึ่งกำนันอินทูลเกล้าฯ ถวายนั้น เป็นทองคำทั้งแท่งและใหญ่กว่าพระกริ่ง ควรที่คนร้ายจะลักองค์ใหญ่ไปแต่กลับละไว้ เช่นเดียวกับผู้ที่ขุดได้ไม่ทำอันตราย เป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่แคล้วคลาดถึง 2 ครั้ง...พระองค์จึงทรงถวายพระนามว่า "พระนิรันตราย"

          จากนั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริให้เจ้าพนักงานทำการหล่อ พระพุทธรูปนั่ง ปางสมาธิเพชร เนื้อทองคำ ขนาดหน้าตักกว้าง 5 นิ้วครึ่ง เพื่อสวมพระนิรันตรายไว้อีกชั้นหนึ่ง และโปรดฯ ให้หล่อเป็นเนื้อเงินบริสุทธิ์อีกองค์หนึ่งไว้คู่กัน

          เมื่อพระสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติมีพระอารามมากขึ้น ในปี พ.ศ.2411 พระองค์จึงทรงโปรดฯ ให้หล่อพระพุทธรูปพิมพ์เดียวกันเป็นเนื้อทองเหลือง โดยมีเรือนแก้วเป็นพุ่มพระมหาโพธิ์ มีอักขระขอมจำหลักลงในวงกลีบบัว เบื้องหน้า 9 เบื้องหลัง 9 ยอดเรือนแก้วเป็นรูปพระมหามงกุฎ จำนวน 18 องค์เท่ากับจำนวนปีที่เสด็จอยู่ในสิริราชสมบัติ เพื่อจะทรงพระราชทานเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญประจำพระอารามต่างๆ แต่ยังไม่ทันกะไหล่ทอง พระองค์ก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายช่างทำการกะไหล่ทองคำทั้ง 18 องค์ให้แล้วเสร็จ และพระราชทานไปตามวัดคณะธรรมยุติตามพระราชประสงค์ของพระบรมราชชนก หลังจากนั้น พระองค์ทรงสร้างพระราชทานเพิ่มอีกวัดละองค์ในเวลาต่อมา